วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 11


บันทึกการเรียน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันที่ 28  ตุลาคม พ.ศ.2557
ครั้งที่ 11  เวลาเรียน 08.30 - 12.20 กลุ่ม 103




กิจกรรมวันนี้

     วันนี้อาจารย์ได้เตรียมอุปกรณ์มาหลายอย่างเพื่อมาทดลองให้นักศึกษาดู

กิจกรรมที่ 1 



อุปกรณ์(Equipment)

1.เทียน
2.แก้ว
3.ถ้วย
4.ไม้ขีดไฟ

วิธีทำ(How to)

- นำไม้ขีดไฟมาจุดเทียน
- นำเทียนที่จุดไว้มาตั้งไว้บนถ้วย
- แล้วลองนำแก้วมาครอบเทียนไว้

ผลการทดลอง

- หลังจากนำแก้มมาครอบเทียนไว้ เทียนเกิดดับ สาเหตุที่ทำให้เที่ยนดับ คือ แก้วที่เราครอบลงไปนั้้นเข้าไปปิดกั้นอากาศไว้ จึงทำให้ไม่มีอากาศผ่านได้ จึงทำให้เทียนดับ

กิจกรรมที่ 2




อุปกรณ์(Equipment)

1.กระดาษ A4

วิธีทำ(How to)

1.นำกระดาษ A4 มาพับเป็น 4 ส่วน 
2.ตัดกระดาษ ให้เหลือเพียง 1  ส่วน แล้วนำมาพับครึ้ง
3.ฉีกกระดาษจากมุมซ้ายมือไปทางขวามือ
4.หลังจากฉีกเสร็จ พับเป็นสี่เหลี่ยม
5.นำกระดาษที่พับไปลอยน้ำ

ผลการทดลอง

- หลังจากที่นำกระดาษมาลอยน้ำ เราจะสังเกตเห็นได้ว่า กระดาษจะค่อยๆกางออกทีละข้าง สาเหตุเกิดจาก  การดูดซึมของกระดาษจึงทำให้น้ำเข้ามาแทนที่ แล้วทำให้กระดาษค่อยๆเปียกจึงทำให้กระดาษที่พับเป็นสี่เหลี่ยมอยู่ค่อยๆกางออก

กิจกรรมที่ 3

อุปกรณ์(Equipment)

1.โหลใส่น้ำ
2.น้ำ
3.ดินน้ำมัน
4.ลูกแก้ว

วิธีทำ(How to)

1.ลองปั้นดินน้ำเป็นก้อนกลมๆ แล้วลองใส่ลงไปในโหลใส่น้ำ แล้วลองสังเกต
2.ลองนำดินน้ำมันมาแบออก แล้วลองนำไปลอยน้ำ แล้วลองสังเกต
3.ลองนำลูกแก้วมาใส่ในดินน้ำมันที่แบไว้ ทีละลูก แล้วลองสังเกต

ผลการทดลอง

- หลังจากที่ใส่ดินน้ำมันที่ปั้นเป็นก้อนลงไปในน้ำ ดินน้ำมันเกิดจม สาเหตุเกิดจากดินน้ำมันไม่มีอากาศอยู่ข้างใน จึงทำให้ดินน้ำมันไม่สามารถลอยตัวได้
- หลังจากที่นำดินน้ำมันมาแบออก แล้วลอยน้ำ ดินน้ำมันเกิดไม่จม สาเหตุเกิดจากน้ำไม่สามารถเข้ามาแทนที่ดินน้ำมันได้จึงทำให้ดินน้ำลอยได้

กิจกรรมที่ 4





อุปกรณ์(Equipment)

1.แก้ว
2.น้ำ
4.ปากกา

วิธีทำ(How to)

1.นำน้ำใส่แก้ว
2.นำปากกาใส่ลงไปในแก้วน้ำ แล้วลองสังเกต

ผลการทดลอง

- หลังจากการสังเกต จะเห็นได้ว่าปากกาที่อยู่ในน้ำ จะเป็นปากกาขยายใหญ่ขึ้น ส่วนปากกาที่อยู่เหนือน้ำจะอยู่ในขนาดที่ปกติ สาเหตุเกิดการขึ้น เพราะแสงเกิดการหักเห แล้วสะท้อนผ่าน
เข้ามาที่ตาเราจึงทำให้เราเห็นปากกาที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปกติ

การนำมาประยุกต์ใช้

- สามารถนำสิ่งที่เราประดิษฐ์วันนี้ไปสอนเด็กๆเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ หรือสอนศิลปะเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจิตนาการของเด็ก และยังสามารถนำแผนการสอนของกลุ่มอื่นๆมาปรับใช้กับแผนการสอนของตนเองได้อีกด้วย


ประเมินตนเอง

- วันนี้ตั้งใจเรียน และตั้งใจร่วมกิจกรรมภายในห้องเรียนที่อาจารย์นำมาทดลองให้ดูภายในห้องเรียน

ประเมินเพื่อน

- วันนี้เพื่อนๆตังใจเรียน และตั้งใจร่วมกิจกรรมภายในห้องเป็นอย่างดี 

ประเมินผู้สอน

เทคนิคการสอนวันนี้

- อาจารย์ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ความคิดของตนเอง เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกคิดเยอะๆ
- อาจารย์ใช้การทดลองเข้ามาเป็นสื่อการสอน แล้วให้นักศึกษารู้จักการสังเกต และวิเคราะห์

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 10


บันทึกการเรียน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันที่ 21  ตุลาคม พ.ศ.2557
ครั้งที่ 10  เวลาเรียน 08.30 - 12.20 กลุ่ม 103




กิจกรรมวันนี้

     วันนี้อาจารย์ได้ให้เพื่อน ที่ไม่ได้นำของเล่นมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ให้นำมาเสนออาทิตย์นี้ 




          หลังจากนำเสนอของเล่นเสร็จ อาจารย์ก็ได้ให้แต่ละกลุ่มลองเสนอแผนของแต่ละกลุ่ม จากนั้นอาจารย์ จะเสนอแนะว่าควรแก้ไข หรือเพิ่มเติมตรงไหน กลุ่มของดิฉันได้เสนอเรื่อง "น้ำ"
   กลุ่มน้ำ




โดยการจัดการสอนตามหน่วย
หน่วยที่ 1 ประเภทของน้ำ
หน่วยที่ 2 แหล่งที่อยู่ของน้ำ
หน่วยที่ 3 คุณสมบัติของน้ำ
หน่วยที่ 4 วัฏจักรของน้ำ
หน่วยที่ 5 ประโยชน์ของน้ำ

การนำมาประยุกต์ใช้

- สามารถนำสิ่งที่เราประดิษฐ์วันนี้ไปสอนเด็กๆเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ หรือสอนศิลปะเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจิตนาการของเด็ก และยังสามารถนำแผนการสอนของกลุ่มอื่นๆมาปรับใช้กับแผนการสอนของตนเองได้อีกด้วย


ประเมินตนเอง

- วันนี้ตั้งใจศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อออกมานำเสนอแผนการสอนเกี่ยวกับเรื่องน้ำ


ประเมินเพื่อน

- วันนี้เพื่อนๆตังใจเรียน และตั้งใจร่วมกิจกรรมภายในห้องเป็นอย่างดี และนำเสนอแผนออกได้ดี

ประเมินผู้สอน

เทคนิคการสอนวันนี้

- อาจารย์ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ความคิดของตนเอง เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกคิดเยอะๆ
- อาจารย์ใช้วิธีเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงสิ่งที่ตนเองคิดและออกมานำเสนอ และอาจารย์ค่อยชี้แนะว่าถูกต้องหรือไม่ หรือควรเพิ่มเติมอะไรบ้าง

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 9


บันทึกการเรียน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันที่ 14  ตุลาคม พ.ศ.2557
ครั้งที่ 9  เวลาเรียน 08.30 - 12.20 กลุ่ม 103



กิจกรรมวันนี้

          วันนี้อาจารย์ให้ออกมานำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์  คนละ 1 ชิ้น ของดิฉัน มีชื่อดังนี้
ชื่อของเล่น : แก้วส่งเสียง




อุปกรณ์(Equipment)

1.แก้วกระดาษ
2.เชือก(Rope)
3.กรรไกร (Scissors)

วิธีการทำ(How to)

1.นำกรรไกรมาเจาะรูที่ก้นแก้ว ขนาดพอดีกับเชือก
2.นำเชือกมาใส่ตรงก้นแก้ว แล้วผูกเชือกให้เป็นปม

วิธีการเล่น(how to play)

1.หงายแก้วขึ้น แล้วกระตุกเชือกเป็นจังหวะ แล้วลองฟังเสียง

สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียง

- เกิดจากการสั่นสะเทือนของเชือกที่จะเกิดจะแรงเสียดกัน และแก้วที่เจาะรูจึงเป็นตัวขยายเสียงของแรงเสียดสีกันของเชือก

ผลงานของเพื่อน





การนำมาประยุกต์ใช้

- สามารถนำสิ่งที่เราประดิษฐ์วันนี้ไปสอนเด็กๆเรื่องแรงสั่นทะเทือนของเส้นเชือก หรือแรงเสียดสีกันของเส้นเชือก หรือสอนศิลปะเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจิตนาการของเด็ก


ประเมินตนเอง

- วันนี้ตั้งใจศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อออกมานำเสนอของเล่นที่ตนเองทำมา และตั้งใจนำเสนอเพื่อนๆ


ประเมินเพื่อน

- วันนี้เพื่อนๆตังใจเรียน และตั้งใจร่วมกิจกรรมภายในห้องเป็นอย่างดี และสนุก เพลิดเพลินกับกิจกรรมที่ทำวันนี้


ประเมินผู้สอน

เทคนิคการสอนวันนี้

- อาจารย์ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ความคิดของตนเอง เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกคิดเยอะๆ

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 8


บันทึกการเรียน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันที่ 7  ตุลาคม พ.ศ.2557
ครั้งที่ 8  เวลาเรียน 08.30 - 12.20 กลุ่ม 103



ช่วงสอบกลางภาคของมหาวิทยาลัย





บันทึกการเรียน ครั้งที่ 7


บันทึกการเรียน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2557
ครั้งที่ 7  เวลาเรียน 08.30 - 12.20 กลุ่ม 103



กิจกรรมวันนี้

กิจกรรมที่ 1 


ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

           ลม หมายถึง อากาศที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางในแนวราบ เกิดจากการแทนที่ของอากาศ เนื่องจากอากาศในบริเวณที่ร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น ในขณะที่อากาศบริเวณใกล้เคียงที่อุณหภูมิต่ำกว่าจะเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่ เมื่อมีการเคลื่อนไหวของอากาศที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงและแตกต่างกันของความกดอากาศ อากาศบริเวณที่มีความกออากาศสูงจะเคลื่อนที่เข้ามายังบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ มวลอากาศที่เคลื่อนที่เราเรียกว่า "ลม" จึงกล่าวได้ว่า ลม เกิดจากการเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงไปยังบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำนั่นเอง โดยการเคลื่อนที่ของลมจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความแตกต่างของความกดอากาศสูง และความกดอากาศต่ำ ถ้ามีความแตกต่างกันน้อยลมที่เกิดขึ้นจะเป็นลมเอื่อย และถ้ามีความแตกต่างกันมากจะกลายเป็นพายุได้ ดังนั้นการเกิดลม เป็นปรากฏการณ์ที่อากาศร้อนลอยตัวสูงขึ้น และอากาศเย็นเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่ นอกจากนั้นการหมุนเวียนของลมบนโลกเป็นกลไกในการช่วยกระจายพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ให้เฉลี่ยทั่วถึงโลก และช่วยพัดพาเอาความชุ่มชื้นจากพื้นน้ำมาสู่พื้นดินด้วย ข้อสังเกต เราพบว่าการเคลื่อนที่ของอากาศมี 2 ชนิด ด้วยกันคือ ถ้าเคลื่อนที่ขนานไปกับผิวโลกเราเรียกว่า "ลม" (Wind) แต่ถ้าเคลื่อนที่ในแนวดิ่งเราเรียกว่า "กระแสอากาศ" (Air current) สำหรับระบบการพัดของลมบนพื้นโลกส่วนหนึ่งเกิดเนื่องมาจากการหมุนรอบตัวเองของโลกทำให้เกิดแรงที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของกระแสอากาศ เราเรียกแรงดังกล่าวว่า 
          "แรงคอริออลิส" เป็นแรงที่มีการเคลื่อนที่ไปในแนวนอน มีลักษณะที่สำคัญคือแรงนี้จะหมุนทำมุมตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศ ในซีกโลกเหนือ แรงเฉจะทำให้อากาศเคลื่อนที่ในแนวนอน เฉไปจากเดิมไปทางขวา และทางซีกโลกใต้ เฉไปจากเดิมทางซ้าย แรงนี้จะมีค่าสูงสุดที่ขั้วโลกทั้งสอง และมีค่าเป็นศูนย์ที่ศูนย์สูตร และค่าของ
แรงนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อละติจูดสูงขึ้น จนกระทั่งมีค่าสูงสุดเท่ากับหนึ่งหรือ 100 เปอร์เซ็นต์ที่ขั้วโลกทั้งสอง




อุปกรณ์( Equipment)

1.กระดาษ(Paper)
2.คลิปหนีบกระดาษ ( Paperclip)
3.กรรไกร (Scissors)

วิธีการทำ (How to)

1. ตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วพับครึ่ง
2. ใช้กรรไกรตัดกึ่งกลางตามลอยพับครึ่งแผ่น
3. พับส่วนปลายด้านที่ไม่ได้ตัด 
4. นำคลิปหนีบกระดาษมาหนีบไว้ตรงที่พับขึ้นไป 
5. แล้วกลางกระดาษที่ตัดออกไปคนล่ะด้าน


วิธีการเล่น ( How to play )

โดยลองโยน ขว้าง หรือปา ก็ได้แต่ต้องลงมาจากที่สูง

           สาเหตุจากที่สูง จะสังเกตุเห็นว่ามันจะหมุนมาเรื่อยๆๆจนถึงพื้น เพราะมันเกิดแรงโน้มถ่วง และแรงต้านทาน ที่มีลักษณะคล้ายๆ  ร่มชูชีพ  แล้วจึงนำมาประดิษฐ์เป็นสื่อเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ของเด็ก ให้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กตามวัยที่เหมาะสม

กิจกรรมที่ 2







อุปกรณ์( Equipment)

1. แกนกระดาษทิชชู (Tissue cores)
2. กระดาษ(Paper) 
3. ไหมพรม ( Yarn ) 
4. กาว (Glue) 
5. กรรไกร(Scissors)

วิธีการทำ (How to) 

1. ตัดแกนกระดาษทิชชูแบ่งครึ่ง
2. เจาะรู 2 รู คู่ขนานกันที่แกนกระดาษทิชชู
3. ตัดกระดาษเป็นวงกลมให้ดูเหมาะสมกับแกนกระดาษทิชชู
4. วาดรูปภาพที่เราต้องการลงในกระดาษวงกลมให้สวยงาม
5. นำกระดาษที่ตบแต่งเรียบร้อยแล้วแป๊ะใส่แกนกระดาษทิชชูห้ามปิดรูที่เจาะไว้
6. นำไหมพรมมาร้อยใส่รูแล้วมัดให้เรียบร้อย จากนั้นก็ทดลองเล่น

วิธีการเล่น ( How to play )

          ให้นำเชือกฝั่งหนึ่งคล้องเข้ากับคอของตนเองแล้วลองดึงเชือกไปมาเพื่อให้แกนทิชชูนั้นสามารถเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้หรือเล่นได้ตามจินตนาการของตนเอง

บทความวันนี้ (Article today )

บทความที่ 1 เรื่อง : สะกิดลูกให้คิดแบบวิทยาศาสตร์
          ธรรมชาติของเด็ก จะมีความสนใจ อยากรู้อยากเห็นไม่หยุดนิ่ง เมื่อใดที่เผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้แต่มีความต้องการที่จะรู้ เขาจะพยายามค้นหาคำตอบเพื่ออธิบายสิ่งนั้นคืออะไร ซึ่งจะสังเกตุได้จากที่เด็กจะใช้คำถามแปลกๆที่ตัวเองอยากรู้มาถาม จนเราตอบไม่ทัน หรือตอบได้ทุกคำถาม การคิดแบบวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เด็กค้นหาคำตอบในสิ่งที่เด็กสงสัยได้อย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือได้

บทความที่ 2 เรื่อง : สอนเด็กอนุบาลด้วยนิทาน สนุกสนานเรียนรู้ได้ทุกวิชา”ตามเด็กปฐมวัย..เรียนรู้วิทย์จากไก่และเป็ด
          คุณครูลาพรรณี มืดขุนทด ครูแกนนาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีปฐมวัยของ สสวท. และคุณครูไพรวัลย์ ภิญโญทรัพย์ ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านหนองผือจาเริญพัฒนา อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก คุณครูปลูกฝังให้เด็กๆ รักการอ่านและแก้ไขพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น ทิ้งขยะไม่ถูกที่ งอแง ขาดระเบียบวินัย กินขนมลูกอมใส่สี ฯลฯ ด้วยนิทาน นักเรียนชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 ที่คุณครูสอนอยู่นั้นมีเด็กๆ ที่น้าหนักต่ากว่าเกณฑ์ และเด็กยากจนด้อยโอกาสจึงได้รับไข่จาก อบต. นาเพียง วันละ 2 ฟองต่อคน ต่อเนื่องกันนาน 3 เดือน เพื่อเพิ่มน้าหนักตัว ฟาร์มเลี้ยงไก่และเป็ดของ อบต. นาเพียง นั้นอยู่อยู่ใกล้โรงเรียนนิดเดียว เดินข้ามรั้วโรงเรียนไปก็ถึง คุณครูจึงได้การจัดการเรียนรู้ด้วยการสืบเสาะหาความรู้ตามแนวทางของ สสวท. ผ่านนิทานเรื่อง “หนูไก่คนเก่ง” ซึ่งสอนให้เด็กๆ ได้รู้จักการช่วยเหลือตัวเอง อาบน้าแต่งตัวเองได้ ทางานส่งครูได้ทันเวลา

บทความที่ 3 เรื่อง : เทคนิคการสอนวิทยาศาสตร์
          ภพ เลาหไพบูลย์ (2542: 123) กล่าวว่าวิธีสอนหรือกิจกรรมในการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่นิยมใช้มีหลายวิธี แต่ไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีวิธีสอนหรือกิจกรรมใดที่ดีที่สุด เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ ดังนั้นครูวิทยาศาสตร์จึงต้องใช้ดุลยพินิจในการเลือกใช้วิธีสอนที่เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน เนื้อหาวิชา ตลอดจนอุปกรณ์การสอนที่มีอยู่ วิธีสอนวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเหมาะสมกับธรรมชาติ

บทความที่ 4 เรื่อง : หลักสูตรวิทยาศาสตร์ปฐมวัย จำเป็นหรือไม่ ?
           หลักสูตรวิทยาศาสตร์ปฐมวัย เป็นการส่งเสริมครูปฐมวัยให้สามารถจัดประสบการณ์ในรูปของกิจกรรมบูรณาการที่สามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยได้อย่างครบถ้วนทุกด้าน โดยไม่จำเป็นต้อง แยกออกมาสอนเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ เพียงแต่ครูปฐมวัยควรจะตระหนักรู้ว่ากิจกรรมที่จัดให้กับเด็กในแต่ละช่วงเวลานั้น เป็นการส่งเสริมทักษะและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อะไรให้กับเด็กๆ และควรจะจัดกิจกรรมอย่างไรเพื่อจะสามารถตอบสนองและต่อยอดธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเป็นระบบ 

         นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ที่เป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546 และต่อเนื่องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษา

บทความที่ 5 : ส่งเสริมกระบวนการคิดสำหรับเด็ก
          ขณะที่โครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กในชนบทจะมุ่งเน้นโครงงานที่สัมพันธ์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยพยายามนำสิ่งของที่หาได้ง่ายในโรงเรียนและท้องถิ่น หรือสิ่งของเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์ เช่น โครงงานทำกะปิจากถั่วเน่า โครงงานสมุนไพรชุมชน โครงงานสีย้อมผ้าและโครงงานกระดาษข้าวโพด เป็นต้น โครงงานวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงข้างต้น ถ้ามองเผินๆ อาจดูเหมือนไม่สลักสำคัญอะไร แต่ถ้าพิจารณากันอย่างลึกซึ้งจริงจังแล้ว จะพบว่าโครงงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างในวิธีคิด การถูกอบรมเลี้ยงดู บ่มเพาะและลักษณะการดำเนินชีวิต รวมตลอดถึงการให้คุณค่าของสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตระหว่างเด็กในเมือง และเด็กในชนบท

การนำมาประยุกต์ใช้

- สามารถนำสิ่งที่เราประดิษฐ์วันนี้ไปสอนเด็กๆเรื่องลม หรือแรงโนมถ่วงของโลกได้ หรือสอนศิลปะเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจิตนาการของเด็ก

ประเมินตนเอง

- เนื่องจากวันนี้ไปสายมาก จึงทำให้ขาดเรียนวิชานี้

ประเมินเพื่อน

- วันนี้เพื่อนๆตังใจเรียน และตั้งใจร่วมกิจกรรมภายในห้องเป็นอย่างดี และสนุก เพลิดเพลินกับกิจกรรมที่ทำวันนี้

ประเมินผู้สอน

เทคนิคการสอนวันนี้

- อาจารย์ใช้งานประดิษฐ์ที่อาจารย์เตรียมมา ให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติ และอธิบายเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน
- อาจารย์ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ความคิดของตนเอง