วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 6


บันทึกการเรียน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2557
ครั้งที่ 6  เวลาเรียน 08.30 - 12.20 กลุ่ม 103


ความรู้ที่ได้

        กิจกรรมแรกของวันนี้ คืออาจารย์ใช้คำปลายเปิดว่า " Constructivism คืออะไร" 
คือ ทฤษฎีการสร้างความรู้ใหม่โดยผู้เรียนเอง การเรียนรู้ของแต่ละบุคคล จะมีระดับแตกต่างกันไป เรียกได้ว่าสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลมาากขึ้นเป็นลำดับ และผู้เรียน จะควบคุมการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทฤษฎีสร้างความรู้ใหม่ โดยผู้เรียนเองมีหลักการว่า การเรียนรู้ คือ การแก้ปัญหา ซึ่งขึ้นอยู่กับการค้นพบ ของแต่ละบุคคล และ ผู้เรียนจะมีแรงจูงใจจากภายใน ผู้เรียนจะเป็นผู้กระตือรือร้น มีการควบคุมตนเองและเป็นผู้ที่มีการตอบสนองด้วยจุดมุ่งหมาย ของการสอนจะมีการ ยืดหยุ่นโดยยึดหลักว่า ไม่มีวิธีการสอนใดที่ดีที่สุด ดังนั้นเป้าหมายของการออกแบบการสอนก็ควรจะ ต้อง พิจารณาเกี่ยวกับ การสร้างความคิดหรือปัญญาให้เป็นเครื่องมือ สำหรับนำเอาสิ่งแวดล้อมของการเรียนที่มีประโยชน์มา ช่วยให้เกิดการสร้างความรู้ให้แก่ผู้เรียน การนำเอาทฤษฎีการเรียนรู้การสร้างความรู้ใหม่โดยผู้เรียนเองมาใช้ จะต้องคำนึงถึง เครื่องมืออุปกรณ์การสอนด้วย เพราะทฤษฎีนี้เหมาะสำหรับเครื่องมืออุปกรณ์ที่ผู้เรียนสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือหาความรู้ ด้วยตนเอง

          กิจกรรมที่2 อาจารย์ได้ให้กระดาษรูปนกกับผีเสื้อ และให้จับคู่กับเพื่อนและแบ่งกันกับเพื่อน และหลังจากนั้นให้ตัดตามรูปที่ตนเองได้เลือกไว้ และนำเศษกระดาษที่เหลือมาวาดรูปอะไรก็ได้ที่เกิดความสัมพันธ์กันและตกแต่งให้สวยงาม จากนั้นให้นำไม้เสียบลูกชิ้นมาทากาวแล้วติดไว้ตรงกลาง แล้วลองหมุนไวๆ จะเห็น 2 ภาพนี้รวมกัน จากกิจกรรมนี้จะทำให้เกิดข้อสงสัยหลายอย่าง เช่น ทำไมเราถึงมองเห็นภาพรวมกันเป็นภาพเดียว? ทำไมสิ่งที่เราวาดมันไม่ตรงกันกับอีกด้านนึง? และกิจกรรมนี้ยังช่วยพัฒนาให้เด็กเน้นการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง และรู้จักแก้ปัญหาด้วยตนเอง รู้จักลองผิดลองถูกกับสิ่งที่ตนเองได้ลงมือปฏิบัติ

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับกิจกรรมนี้ คือ 
อุปกรณ์ ( Equipment )
- กระดาษ (Paper)
- กรรไกร (Scissore)
- กาว (Glue)
- เทปกาว (Glue tape)
- ไม้เสียบลูกชิ้น
- สี (Color)





         
บทความวันนี้ (Articles Today)

บทความที่ 1 เรื่อง : สอนลูกเรื่องพืช (Plants)
          พืช อยู่ในสาระที่ควรรู้เกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องพืช นอกจากเด็กจะมีความรู้เกี่ยวกับชนิดของพืชต่างๆแล้ว ยังสามารถจัดกิจกรรมโดยใช้พืชเป็นสื่อเพื่อส่ง เสริมพัฒนาการให้กับเด็กปฐมวัยได้พัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา รวมทั้งพัฒนาพฤติกรรมที่พึงประสงค์ทางด้านต่างๆ ผ่านการจัดกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรมในระดับปฐมวัย
การนำไปประยุกต์ใช้
          มนุษย์เรามีความสัมพันธ์กับพืชตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงตลอดชีวิต เนื่องจากต้องพึ่งพาและใช้ประโยชน์จากพืชในการดำรง ชีวิต มนุษย์ต้องกินข้าว กินผัก และผลไม้เป็นอาหาร มนุษย์สร้างบ้านหรือที่อยู่อาศัยจากต้นไม้ ใช้ไม้ทำเครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ พืชบางชนิดมีคุณสมบัติในทางยาที่มนุษย์นำมาใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ต้นไม้ให้ร่มเงาและให้ก๊าซออกซิเจนซึ่งเป็นก๊าซที่บริสุทธิ์ที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์

บทความที่ 2 เรื่อง : เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านนิทาน (Tales)
          นิทานเป็นสื่อที่เราเห็นทั่วไป เป็นสื่อการเรียนรู้ที่หาง่าย ส่วนใหญ่นำเอามาเล่าให้เด็กฟังเพื่อความเพลิดเพลินแล้วก็จบไป แต่ที่จริงแล้วนิทานเป็นสื่อที่ดี ช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้ได้หลากหลาย ที่เห็นชัดเจน คือ เรื่องของภาษา คำพูด เสียง ยิ่งนิทานที่มีคำซ้ำๆ เด็กจะฟังและเลียนแบบคำได้
          นอกจากนั้นก็ยังมีความคิดสร้างสรรค์ มีวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และความรู้ด้านต่าง ๆสอดแทรกผ่านวิธีคิดที่เป็นเหตุผล เช่น ในนิทานเรื่องลูกหมู 3 ตัว ที่วิทยากรยกตัวอย่างในการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ได้สอดแทรกเรื่องเกี่ยวกับวิธีการสร้างบ้าน ลำดับ พื้นที่ ทิศทาง ซึ่งคุณครูหรือผู้เล่านิทาน จะต้องมาเลือกดูว่าต้องการให้เด็กเรียนรู้ด้านใด แล้วแต่ว่าจะหยิบจับจุดใดมาเล่า แล้วเด็กก็จะได้ประสบการณ์ตรงนี้

บทความที่ 3 เรื่อง : แนวทางสอนคิด เติมวิทย์ ให้เด็กอนุบาล
          วิทยาศาสตร์เป็นยาขมสำหรับเด็ก ๆ จริงหรือ ? ถ้าเด็ก ๆ เรียนวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจะยากเกินไปไหม ? ควรจะให้เด็ก ๆ อนุบาลเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างไร ? คำถามเหล่านี้ต่างพ่อแม่ผู้ปกครอง และแม้แต่คุณครูเองก็ยังสงสัยอยู่
          แท้จริงแล้ววิทยาศาสตร์คือความพยายามของมนุษย์ที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัวและตัวตนของตนเอง ซึ่งความพยายามเช่นนี้จะติดตัวกับมนุษย์เรามาตั้งแต่แรกเกิด เห็นได้จากธรรมชาติของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกตและคอยซักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเจอ และบางครั้งก็เป็นคำถามที่ยากเกินกว่าที่

บทความที่ 4 เรื่อง : การทดลองสนุกๆสำหรับคุณหนูๆ (Science Experiments)
          วัยเด็กเป็นวัยอยากรู้อยากเห็น และเป็นวัยที่กำลังมีการพัฒนาทางปัญญา
การทดลองทางวิทยาศาสตร์จะช่วยส่งเสริมด้านความคิดของพวกเขา และกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่รอบตัว
          เด็กสามารถเรียนรู้ทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนก ทักษะการสื่อความหมาย ทักษะการวัดที่มาพร้อมกับทักษะการคำนวณ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ยังสามารถช่วยให้เด็กเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวเขาซึ่งเกิดจากความซับซ้อนของธรรมชาติและจักรวาล
          เราเข้าใจถึงวัยเด็กที่ต้องการการเรียนรู้ควบคู่ไปกับความสนุกที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

กิจกรรมที่ 3 อาจารย์ได้ให้นำงานกลุ่ม (Mind Map) มีแปะไว้ที่หน้าชั้นเรียนทุกกลุ่ม โดยอาจารย์จะชีแนะ พร้อมอธิบายว่าสิ่งที่นักศึกษาทำมานั้นถูกต้องหรือเปล่า โดยกลุ่มของดิฉันทำเรื่อง "น้ำ"




ผลงานของเพื่อนกลุ่มอื่น










การนำมาประยุกต์ใช้

- สามารถนำมาปรับใช้ในการสอนได้ เพราะเป็นสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเด็ก เป็นสิ่งที่เด็กจำเป็นต้องรู้

ประเมินตนเอง

- วันนี้ตั้งใจเรียน ฟังและจดบันทึกลงในสมุด และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียนด้วย

ประเมินเพื่อน

- วันนี้เพื่อนๆส่วนใหญ่ตั้งใจเรียน และร่วมกันทำกิจกรรมภายในห้องเรียนเป็นอย่างดี

ประเมินผู้สอน

- วันนี้อาจารย์ใช้เทคนิคการสอน คือ การใช้คำถามปลายเปิด และการให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติกับกิจกรรมต่างๆภายในห้องเรียน เพื่อให้เกิดความคิดจินตนาการที่สร้างสรรค์ และให้นักศึกษาเข้าใจในกิจกรรมที่อาจารย์ต้องการสื่อถึง มากขี้น

ความรู้เพิ่มเติม

-    “เฟรอเบล” บิดาการศึกษาปฐมวัย


          เฟรดริค วิสเฮม เฟรอเบล ผู้นำการศึกษาอนุบาลที่ได้รับขนานนามว่าเป็น “บิดาการศึกษาปฐมวัย” ด้วยการพัฒนาโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกขึ้นในประเทศเยอรมนีในปี ค.ศ. 1837 เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัยให้เป็นไปอย่างมีรูปแบบ กำหนดให้มีการวางแผนการสอน มีหลักสูตรสำหรับการศึกษาปฐมวัย มีการฝึกหัดครู รวมถึงการพัฒนาการสอนเด็กปฐมวัยด้วยการผลิตอุปกรณ์การสอน ที่เรียกว่า ชุดอุปกรณ์ และการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยที่เรียกว่า การงานอาชีพ เฟรอเบลเชื่อว่าเด็กมีความสามารถในสิ่งดีงาม มาตั้งแต่เกิด เด็กปฐมวัยควรจะเรียนรู้ด้วยการเล่น การแสดงออกอย่างอิสระ เด็กควรได้รับประสบการณ์จากการเรียนรู้ทั้งนอกชั้นและในชั้นเรียนโดยเฉพาะประสบการณ์ที่ได้มาจากการเล่น ด้วยเหตุผลนี้เฟรอเบลจึงใช้พื้นฐานความพร้อมของเด็กในการเรียน พัฒนาการตามช่วงอายุ ธรรมชาติของเด็กและเหตุผลทางคณิตศาสตร์ที่เฟรอเบลมีความสนใจมาจัดทำเป็นชุดของเล่นและกิจกรรมสำหรับเด็กที่สอดคล้องกับวัยของเด็กโดยเรียกชื่อว่า ชุดอุปกรณ์ (Gifts) และการงานอาชีพ (Occupations)

      เด็กเปรียบเสมือนกับผ้าขาวสะอาด (clean slate)


จอห์น ล็อค (John Lock) มีชีวิตอยู่ในช่วงระยะเวลาระหว่างปี ค.ศ. 1632 ถึง 1741 จอห์น ล็อค ถือเป็นผู้ก่อตั้งปรัชญาการศึกษาสมัยใหม่ ทั้งนี้เนื่องจากทฤษฎีทางการศึกษาของเขามีรากฐานอยู่บนวิธีการทางวิทยาศาสตร์ การศึกษาจิตใจ และการเรียนรู้ ล็อค มีความเชื่อว่า เด็กเปรียบเสมือนกับผ้าขาวสะอาด (clean slate) เด็กจะเติบโตเป็นบุคคลเช่นใดนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ได้รับจากพ่อแม่ สังคม การศึกษา และโลกรอบตัว จอห์น ล็อคเป็นนักการศึกษาชาวยุโรปในยุคแรกที่กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็กล็อคเชื่อว่า จุดมุ่งหมายของการศึกษาคือการพยายามทำให้มนุษย์เป็นผู้มีเหตุผล กล่าวโดยสรุป บทบาทที่สำคัญของจอห์น ล็อคด้านการศึกษาคือ การจัดการศึกษาโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก การอธิบายเหตุผลแก่เด็กในการเรยนรู้ และบทบาทของสิ่งแวดล้อมต่อการพัฒนาเด็ก


วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 5


บันทึกการเรียน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2557
ครั้งที่ 5  เวลาเรียน 08.30 - 12.20 กลุ่ม 103


ความรู้ที่ได้

          วันนี้ได้เริ่มที่กิจกรรมฟังเพลงวิทยาศาสตร์ โดยอาจารย์ได้อธิบายว่า เพลงเป็นสื่อการสอนอย่างหนึ่งที่ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกของเด็ก และเป็นการเสริมประสบการณ์ให้กับเด็ก เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้
          หลังจากฟังเสร็จ ก็เริ่มกิจกรรมอ่านบทความของเพื่อนๆ

บทความที่ 1 เรื่อง : สอนลูกเรื่องปรากฎการณ์ธรรมชาติ (Natural phenomenon)
          จะสอนให้เด็กดูจากปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงๆ ว่าปรากฎการณ์ธรรมชาติมีความสำคัญอย่างไร และมีผลกระทบกับเรายังไงบ้าง เช่นการดำรงชีวิต และความเปลี่ยนแปลงของคนและสัตว์
          จากการสอนเรื่องนี้กับเด็ก จะสอนให้เด็กเป็นคนชั่งสังเกต เรียนรู้ทักษะและทำให้เด็กเกิดทักษะโดยการลงมือทำ

บทความที่ 2 เรื่อง : วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก (Science  for Early Childhood)
          เด็กมีธรรมชาติที่เป็นความอยากรู้อยากเห็น มักจะชอบใช้คำถามว่า ทำไม อย่างไรเพื่อเเสวงหาความรู้จากสิ่งต่างๆรอบตัวเเละเริ่มมีความเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น เด้กสามารถสังเกตเเละสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องดิน หิน อากาศเเละท้องฟ้า เรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานจากเเม่เหล็ก เเสงเเละเสียง นอกจากนี้เด็กสามารถสำรวจลักษณะของน้ำเเละความร้อน สิ่งเหล่านี้เองทำให้เด็กปฐมวัยเริ่มมีการทำงานทางวิทยาศาสตร์ สามารถเเก้ปัญหาต่างๆโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการเรียนรู้เรื่องอื่นๆได้อย่างมากมาย


สรุปความลับของแสง







การนำไปประยุกต์ใช้

- สามารถนำมาศึกษาต่อเพื่อความเข้าใจมากกว่านี่ และยังสามารถนำไปสอนเด็กเกี่ยวกับเรื่องของปรากฏการณ์ธรรมชาติได้อีกด้วย

ประเมินตนเอง

- วันนี้ตั้งใจเรียน ฟังและจดบันทึกลงในสมุด 

ประเมินเพื่อน

- วันนี้เพื่อนๆส่วนใหญ่ตั้งใจเรียน และจดบันทึกตามที่อาจารย์ได้สั่งงานไว้ภายในห้อง

ประเมินผู้สอน

- วันนี้อาจารย์ติดประชุม จึงได้สั่งงานไว้เพื่อให้ไปศึกษาค้นคว้าต่อ

ความรู้เพิ่มเติม

- ตกแต่งบล็อกเพิ่มเติม และความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเรา เช่น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 4


บันทึกการเรียน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2557
ครั้งที่ 4  เวลาเรียน 08.30 - 12.20 กลุ่ม 103



กิจกรรมวันนี้

บทความที่เพื่อนนำมาเสนอวันนี้

บทความที่ 1 เรื่องจุดประการคิดนอกกรอบ
บทความที่ 2 เรื่องทำอย่างไรให้ลูกสนใจทางวิทยาศาสตร์
บทความที่ 3 เรื่องวิทย์ - คณิตศาสตร์สำคัญอย่างไรกับอนาคตของชาติ
บทความที่ 4 เรื่องเมื่อลูกน้อยเรียนรู้วิทย์ - คณิต ผ่านเสียงดนตรี
บทความที่ 5 เรื่องการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้

         ทักษะวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาเด็ก

วิทยาศาสตร์ หมายถึง การศึกษาสืบค้น และจัดระบบความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติโดยอาศัยกระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ประกอบด้วยวิธีการทักษะกระบวนการ และเจตคติทางวิทยาศาสตร์อย่างมีระบบแบบแผน มีขอบเขตโดยอาศัยการสังเกต การทดทองเพื่อค้นหาความจริง และทำให้ได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

         แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

- การเปลี่ยนแปลง (Change) เปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ตามเวลา การกระทบ สภาพอากาศ
- ความแตกต่าง (Difference) สิ่งต่างๆในโลกมีทั้งเหมือนกัน และแตกต่างกัน
- การปรับตัว (Adapendencec) ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
- การพึ่งพาอาศัยกัน (Dependence) ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
- ความสมดุล (Equilibrium) จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่าเทียมกัน อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข

          การศึกษาวิธีการทางวิทยาศาสตร์

- ขั้นกำหนดปัญหา
- ขั้นตั้งสมมติฐาน
- ขั้นรวบรวมข้อมูล/การทดลอง
- ขั้นลงข้อสรุป

         เจตคติทางวิทยาศาสตร์

- ความอยากรู้อยากเห็น เป็นคุณลักษณะของเด็ก
- ความเพียรพยายาม เป็นความคิดสร้างสรรค์
- ความมีเหตุผล เป็นความเหมาะสม
- ความซื่อสัตย์ เป็นความจริง และตรงไปตรงมา
- ความมีระเบียบ และรอบคอบ เป็นความละเอียด
- ความใจกว้าง เป็นการยอมรับการเปลี่ยนแปลง

          ความสำคัญของวิทยาศาสตร์

- ตอบสนองความต้องการตามวัยของเด็ก
- พัฒนาทักษะกระบวนการของวิทยาศาสตร์
-เสริมสร้างประสบการณ์ ฯลฯ

          ประโยขน์ของวิทยาศาสตร์

- พัฒนาความคิดรอบคอบพื้นฐาน
- พัฒนาการทักษะการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ฯลฯ

การนำไปประยุกต์ใช้

- สามารถนำมาปรับใช้กับตนเองได้ตามความเหมาะสม และสามารถนำไปศึกษาต่อเพื่อทำความเข้าใจกับวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ได้อยากถูกต้อง

ประเมินตนเอง

- วันนี้ตั้งใจเรียน ฟังและจดบันทึกตาม PowerPoint ที่อาจารย์ผู้สอน นำมาใช้เป็นสื่อการสอน 

ประเมินเพื่อน

- วันนี้เพื่อนๆส่วนใหญ่ตั้งใจเรียน และจดบันทึกตามที่อาจารย์สอน ไม่ค่อยเล่น หรือพูดคุยกันในเวลาเรียน

ประเมินผู้สอน

- อาจารย์มีเทคนิคการสอน คือ มีการใช้คำถามเพื่อให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียนการสอน และเมื่อมีการนำเสนอบทความของเพื่อน นักศึกษาจะต้องรู้จักตั้งคำถาม เพื่อรู้จักคิด วิเคราะห์

ความรู้เพิ่มเติม

ทักษะทางวิทยาศาสตร์มีอะไรบ้าง

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 3


บันทึกการเรียน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2557
ครั้งที่ 3  เวลาเรียน 08.30 - 12.20 กลุ่ม 103



กิจกรรมวันนี้

          เพื่อนได้ออกมานำเสนอบทความของตนเอง อาจารย์ได้กำหนดหัวข้อให้ และกำหนดจำนวนคนที่ต้องออกมานำเสนอในแต่ละอาทิตย์

บทความที่ 1
เรื่อง : วิทยาศาสตร์และการทดลอง

เนื้อหาโดยย่อ
แนวคิดการสอนวิทยาศาสตร์
          เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็นต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นวัยที่มีการพัฒนาทางสติปัญญาสูงที่สุดของชีวิต ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะที่ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยสามารถคิดหาเหตุผล แสวงหาความรู้ และสามารถแก้ปัญหาได้ตามวัยของเด็ก
          ควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเองจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นกระบวนการขั้นพื้นฐานหรือทักษะเบื้องต้นที่ควรส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนา มี 7 ทักษะกระบวนการ คือ
1.ทักษะการสังเกต
2.ทักษะการจำแนกประเภท
3.ทักษะการวัด
4.ทักษะการสื่อความหมาย
5.ทักษะการลงคงามเห็นจากข้อมูล
6.ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส , สเปสกับเวลา
7.ทักษะการคำนวณ

บทความที่ 2
เรื่อง : ภาระกิจตามหาใบไม้

เนื้อหาโดยย่อ
          กิจกรรมการเรียนรู้จากใบไม้ที่โรงเรียนบ้านสลิดหลวงวิทยา ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นตัวอย่างหนึ่งของกิจกรรมบูรณาการที่ให้เด็กๆได้ฝึกการสังเกตและวาดภาพใบไม้ ต่อยอดสู่การเรียนรู้เรขาคณิตจากรูปทรงของใบไม้ ตลอดจนช่วยกันคิดค้นเทคโนโลยีในการพิมพ์ลายใบไม้ให้เป็นศิลปะบนผืนผ้าอย่างง่ายๆ
              “เดิมเด็กไม่ได้ลงมือปฏิบัติก็ไม่ค่อยสนใจเรียน เสียสมาธิง่าย อีกอย่างเด็กอนุบาลที่นี่เป็นเด็กชาวเขา 100% ครูก็สื่อสารยากเพราะไม่เข้าใจภาษาถิ่น เด็กก็ไม่เข้าใจภาษาไทย ต้องมีครูภาษาถิ่นเข้ามาช่วย โชคดีที่มีเด็กบางคนรู้ทั้งสองภาษาก็จะช่วยเพื่อน บางทีก็ช่วยครูด้วยเหมือนกัน” ครูโสรดา พลเสน คุณครูอนุบาล 2/1 เล่าให้ฟังถึงปัญหาที่ผ่านมา              “แต่พอนำเอาวิธีการสอนของ สสวท.มาใช้ เราก็บูรณาการวิชาภาษาไทยเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งวิชา ทำให้เด็กๆ มีปฏิสัมพันธ์กับครูมากขึ้น กระตือรือร้น กล้าคิด กล้าแสดงออกมากกว่าเดิมที่ต้องรอให้ครูบอกเพียงอย่างเดียว”

บทความที่ 3
เรื่อง : เรียนรู้วิทย์แบบบูรณาการ

เนื้อหาโดยย่อ
          อีกหนึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กชายขอบให้สามารถ “ล่องแก่งอย่างไรให้ปลอดภัย” 
ซึ่งสอนเด็กๆ รู้จักและเรียนรู้ถึงประโยชน์อุปกรณ์ที่ใช้ในการล่องแก่ง เช่น ไม้พาย หมวกกันน็อก เสื้อชูชีพ และวิธีการล่องแก่งที่ปลอดภัย จากการสังเกต คิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง ซึ่งไม่เพียงเป็นการสอดแทรกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศิลปะแล้ว ยังปลูกฝังแนวทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และรักในถิ่นเกิดของตนเอง  ครูพัชรา อังกูรขจร ครูวิทยฐานะชำนาญการ โรงเรียนบ้านแม่ละเมา ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กล่าวว่า ขณะนี้พ่อแม่เด็กหลายคนที่เข้ามาเรียนรู้ร่วมกับเด็กๆ ได้กลายมาเป็นแกนนำผู้ปกครอง และสามารถจัดตั้งเป็น “เครือข่ายพ่อครู-แม่ครู” ถึง 12 ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ก็มาช่วยกัน ซึ่งช่วยแบ่งเบาปัญหาครูกลุ่มเครือข่าย มาอาสาช่วยสอนและจัดกิจกรรมกับโรงเรียน ผู้ใหญ่หลายท่านในชุมชนมีขาดแคลนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี           “เนื่องจากผู้ปกครองหรือครูบางท่านไม่ได้มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์โดยตรง ดังนั้นสำคัญหรือคีย์เวิร์ดอะไรบ้าง ทุกฝ่ายจะได้เข้าใจตรงกันและดำเนินกิจกรรมไปในทิศทางก่อนทำกิจกรรม เราจะมาประชุมกันก่อนเพื่อสรุปว่า กิจกรรมแต่ละชุด เด็กจะต้องเรียนรู้คำเดียวกัน” ครูพัชรากล่าว แม่ครูทัศวรรณ ปู่ลมดี ผู้ปกครองจิตอาสาในเครือข่ายพ่อครู-แม่ครูท่านหนึ่ง ยืนยันว่า การที่พ่อแม่ร่วมดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ทำให้รู้ว่า ลูกเรามีความบกพร่องหรือด้อยในด้านใด ที่สำคัญคือ พ่อแม่ได้ตระหนักว่า จะปล่อยให้การเรียนรู้ของเด็กๆ เป็นภาระของครูทั้งหมดไม่ได้ เพราะเวลาของเด็กส่วนใหญ่นั้นอยู่ที่บ้าน จึงเป็นเรื่องดีที่โรงเรียน พ่อแม่ และชุมชน ซึ่งเราสัมผัสได้เลยว่า เด็กมีพัฒนาการดีขึ้นมาก ครอบครัวก็อบอุ่นเพราะได้ใช้เวลาร่วมจะมาช่วยกันหาวิธีการศึกษา หรือช่วยกันตอกย้ำซ้ำทวนสิ่งที่เด็กๆ ได้เรียนรู้มา กันมากขึ้น “ตอนนี้เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากเด็กปฐมวัยให้จัดการเรียนการสอนแบบนี้ เมื่อเขาขึ้น

บทความที่ 4
เรื่อง : วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

เนื้อหาโดยย่อ
          ตัวอย่างการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะการจำแนกประเภท
การแยกประเภทเมล็ดพืชแนวคิดเมล็ดพืชมีความแตกต่างกันในด้านขนาดรูปร่าง สี และความหยาบละเอียดของผิวนอกเมล็ดวัตถุประสงค์หลังจากที่ได้ทำกิจกรรมนี้แล้วเด็กสามารถ   


1. แยกประเภทของเมล็ดพืชได้อย่างน้อย 2 ลักษณะ             
2. เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับความแตกต่างกันของเมล็ดพืชในด้านขนาด รูปร่าง สี
 และความหยาบละเอียดของผิวนอกเมล็ด 
วัสดุอุกรณ์
1. เมล็ดพืชชนิดและขนาดที่แตกต่างกันในด้านขนาด รูปร่าง สี และความหมาย
 ละเอียด เช่น เมล็ด ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วแดง ข้าวเปลือก น้อยหน่า มะละกอ ชมพู่ ฝรั่ง มะขาม ฯลฯ  
2. ถาด หรือฝากล่องกระดาษสำหรับแยกเซตของเมล็ดพืช            
3. ภาชนะสำหรับใส่เมล็ดพืช (อาจจะใช้ถ้วยพลาสติก ชาม กระทง หรือขันก็ได้)
กิจกรรม             
1. จัดเมล็ดพืชทุกประเภทที่สามารถหามาได้โดยผสมกันแล้วแบ่งใส่ภาชนะเพื่อแจกให้กับเด็ก
ทุกคนโดยครูยังไม่ต้องให้คำแนะนำใด ๆ ทั้งนั้น ปล่อยให้เด็กเล่นกับเมล็ดพืช
ตามลำพัง            
 2. หลังจากนั้นสักครูหนึ่งบอกให้เด็กแยกประเภทของเมล็ด ขณะที่เด็กทำ
กิจกรรมอยู่ครู
เดินดูรอบ ๆ และอภิปรายกับเด็กแต่ละคนว่าแยกประเภทของเมล็ดพืชได้อย่างไร หรือเพราะเหตุ
ใดเขาจึงแยกในลักษณะนั้น             
3. ส่งเสริมให้เด็กแยกประเภทของเมล็ดพืชในลักษณะใหม่ที่ไม่ให้ซ้ำกับแบบเดิมที่เขา
ได้ทำไว้ครั้งแรก โดยถูกต้อง ไม่แนะนำใด ๆ ทั้งสิ้น             
4. อภิปรายเกี่ยกวับวิธีการที่เด็กแต่ละคนแยกประเภท โดยอาจจะให้เด็กเดินดูของ
 เพื่อนคนอื่น ๆ ว่าเขาทำกันอย่างไร หลังจากนั้นครูควรตั้งคำถามเด็กว่า“ทำไมจึงใส่เมล็ดพืช
เหล่านั้นรวมอยู่ในกองเดียวกัน”“ นักเรียนว่ามีวิธีการอื่นอีกไหมที่จะจัดเมล็ดพืชมาอยู่กอง
เดียวกัน”“นักเรียนสามารถจะเอาเมล็ดพืชที่ครูแจกให้นั้นมาแยกเป็น 2 กลุ่มได้ไหม”



บทความที่ 5
เรื่อง : เจ้าลูกโป่ง


ความรู้ที่ได้

          อาจารย์ได้อธิบาย คุณลักษณะตามวัยของเด็ก 3-5 ปี ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษา

ปฐมวัย พ.ศ. 2546



เด็กอายุ 3 ปี
เด็กอายุ 4 ปี
เด็กอายุ 5  ปี
พัฒนาการด้านสติปัญญา
-สำรวจสิ่งต่างๆที่เหมือนและแตกต่าง
-บอกชื่อของตนเองได้
-ขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา
-สนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้นๆ
-สนใจนิทานและเรื่องราวต่างๆ
พัฒนาการด้านสติปัญญา
-จำแนกสิ่งต่างๆด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าได้
-บอกชื่อและนามสกุลของตนเองได้
-พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหลังจากได้รับคำชี้แนะ
-สนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่องด้วยประโยคต่อเนื่อง
พัฒนาการด้านสติปัญญา
-บอกความแตกต่าง ของกลิ่น สี เสียง รส รูปร่างจำแนกและจัดหมวดหมู่สิ่งของได้
-บอกชื่อ นามสกุล และ อายุ ของตนเองได้
-พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง
-สนทนาโต้ตอบบอกเล่าเป็นเรื่องราวได้

การนำไปประยุกต์ใช้

- สามารถนำไปศึกษาต่อเพื่อทำความเข้าใจกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ได้อยากถูกต้อง และนำมาปรับใช้ในการเรียน การสอนได้อย่างเหมาะสม

ประเมินตนเอง

- วันนี้ตั้งใจเรียน ฟังและจดบันทึกตาม PowerPoint ที่อาจารย์ผู้สอน นำมาใช้เป็นสื่อการสอน 

ประเมินเพื่อน

- วันนี้เพื่อนๆส่วนใหญ่ตั้งใจเรียน และตั้งใจฟังบทความที่เพื่อนนำมาเสนอหน้าชั้นเรียน

ประเมินผู้สอน

- อาจารย์มีเทคนิคการสอน คือ การใช้เทคนิคในการใช้โปรแกรม Mind Map แบบง่าย เพื่อ
เป็นการให้นักศึกษา ไปต่อยอดในการเรียนในราบวิชานี้ และรายวิชาอื่นๆได้

ความรู้เพิ่มเติม

- ตกแต่งบล็อกเพิ่มเติมให้สวยงาม